ทักษะ 8 ที่ควรรู้เกี่ยวกับ CYBERSECURITY ในปี 2018

ปัจจุบันนี้จะพบว่ามีข่าวด้านความมั่นคงปลอดภัยเกิดขั้นไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปผสานกับเทคโนโลยีที่พัฒนาเพิ่มขึ้นทำให้มีความซับซ้อนของการโจมตีก็พัฒนามากตามกัน วันนี้เราจึงได้สรุปบทความว่าปี 2018 นี้ทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยอะไรบ้างที่ชาว IT สมควรจะมี

  1. ทักษะวิเคราะห์และสืบสวนด้านความมั่นคงปลอดภัย

คนทำงานฝั่ง IT คงได้พบเจอกับ Ransomware หรือ APT มาไม่มากก็น้อย ซึ่งมีผลสำรวจพบว่า 33% จากผู้ถูกสำรวจ 371 คนกล่าวบริษัทของตนยังมีทักษะการวิเคราะห์และสืบสวนด้านความมั่นคงปลอดภัยน้อยมาก ดังนั้นมันตำแหน่งนี้ยังเป็นที่ต้องการมากทีเดียวสำหรับใครที่คิดว่าเป็นคนช่างสงสัยสังเกตโดยธรรมชาติและชอบแก้ปัญหาที่ลึกลับแล้ว คุณอาจจะเหมาะกับงานด้านความมั่นคงปลอดภัยก็เป็นได้

2.   ทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยของ Cloud

แม้ว่าทักษะนี้อาจจะไม่ได้ใหม่มากนักแต่ก็มีความต้องการก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ระบบบน Cloud อย่าง Azure หรือ AWS เป็นต้น สำหรับหน้าที่ของความมั่นคงปลอดภัยบน Cloud ที่บริษัทเหล่านี้ต้องการ เช่น การจัดการพฤติกรรมที่เป็นความเสี่ยง หรือ ย้ายศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร (SOC) เหล่านั้นขึ้นไปบน Cloud

3.    ทักษะดูแลบริการลูกค้า

บางครั้งเมื่อเกิดเหตุขึ้นทีมงานด้านความมั่นคงปลอดภัยอาจจะต้องเข้าไปติดต่อกับลูกค้า หรือ ผู้ร่วมทำงานลูกค้า คู่ค้าหรือฝั่ง Enduser ที่เกี่ยวข้อง โดยอาจมีบางคนหัวเสียอยู่ภายในนั้น ดังนั้นทีมงานก็จำเป็นต้องให้คนเหล่านั้นใจเย็นลงก่อนด้วยทักษะการดูแลลูกค้าก่อนจะแก้ปัญหาเชิงเทคนิคต่อไป

4.     การพัฒนาแอปพลิเคชันอย่างมั่นคงปลอดภัย

นอกจากการสร้างแอปพลิเคชันให้ใช้งานได้แล้ว นักพัฒนาควรจะใส่ใจในด้านความมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่แรกเริ่มพัฒนาดีกว่ามาแก้ไขเพิ่มเติมภายหลังเกิดปัญหา

5.     ทักษะการประเมินความเสี่ยงและต่อรอง

หลังจากประเมินความเสี่ยงเรียบร้อย สิ่งจำเป็นถัดไปคือการเจรจาต่อรองกับแผนกอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านั้น ซึ่งปัญหาคือฝ่ายธุรกิจมักไม่เข้าใจความมั่นคงปลอดภัย แต่พวกเขาจะคุ้นเคยกับคำว่าความเสี่ยงและข้อบังคับมากกว่า

6.      ความมั่นคงปลอดภัยของ IoT

อุปกรณ์ IoT เป็นจุดที่เสี่ยงต่อการโจมตีเนื่องจากซอฟต์แวร์ของมันเองโดยส่วนใหญ่ขาดความมั่นคงปลอดภัย ผู้ดูแลระบบเครือข่ายอาจจะไม่ได้มองว่าปริ้นเตอร์เป็นอุปกรณ์ IoT ว่าเป็นความเสี่ยงได้ ดังนั้นจึงควรมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้มาดูแลอย่างจริงจัง

7.     การบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล

เนื่องจากทุกวันนี้มีปริมาณข้อมูลมหาศาลเกิดขึ้นจากการใช้งานในองค์กร ดังนั้นเพื่อคัดกรองช่องโหว่และภัยคุกคามจากข้อมูลเหล่านั้น ทักษะด้านการวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลเพื่อทำนายเหตุการณ์จึงเป็นที่ต้องการมากในด้านความมั่นคงปลอดภัยปัจจุบัน

8.     ทักษะด้านการสื่อสาร

ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีทุกคนควรจะมีทักษะนี้เนื่องจากอาจจะต้องเจอกับคนที่ไม่ใช่สาย IT ตัวอย่างเช่น CISO หรือทีมงาน IT เองวันใดวันหนึ่งอาจจะโชคดีถูกเรียกตัวเข้าไปนำเสนอถึงหัวข้อด้านความมั่นคงปลอดภัยต่อบอร์ดบริการก็เป็นได้

ที่มา : https://www.darkreading.com/careers-and-people/top-8-cybersecurity-skills-it-pros-need-in-2018/d/d-id/1330657

มีสติกเกอร์ เป็นของตัวเองได้ง่ายๆ ด้วย LINE CREATOR

แอปพลิเคชั่นยอดฮิตในการสนทนาคงหนีไม่พ้น LINE ที่เรียกว่าตอนนี้ไม่ว่าจะ พ่อ แม่ หรือรุ่นพี่ที่ทำงานก็หันมาใช้ มาสื่อสารกันทางนี้เป็นหลักแทบจะทั้งนั้น อาจด้วยความสะดวกสบาย และ ง่าย หรือถูกใจใครหลายคน อย่างพวกสติกเกอร์ที่มักจะมีลูกเล่น และใช้สื่อสารแทนคำพูดหรืออารมณ์ได้อย่างน่าสนใจ

ก่อนหน้านี้สติกเกอร์ที่วางจำหน่ายแต่ละตัว มักจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงหรือที่เรารู้จักเป็นส่วนใหญ่ และ ถ้าสติกเกอร์แบบ Create Sticker ก็ต้องเป็นผู้ที่มีฝีมือวาดรูปหรือชำนาญด้านการกราฟฟิคเป็นส่วนมาก ถึงจะวางจำหน่ายได้ แต่นั้นมันเมื่อก่อน เพราะตอนนี้ ทุกอย่างมันกำลังเปลี่ยนไป เพราะใครๆก็สามารถที่จะมี สติกเกอร์เป็นของตัวเองได้

170615-line-creators-studio-sticker-maker-for-app-4

ใครที่กำลังอยากมีสติกเกอร์เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร วาดรูปก็ไม่เก่ง จะให้ไปจ้างคนอื่นวาดให้ก็จ่ายไม่ไหว แต่ตอนนี้ มีเครื่องมือช่วยในการทำสติกเกอร์ได้ง่ายๆ ในแบบฉบับของตัวเองแล้ว

“ด้วยแอปฯ LINE CREATORS STUDIO จาก LINE ที่จเปลี่ยนรูปถ่ายที่เราถ่าย ให้กลายเป็นสติกเกอร์ ​line ในแบบที่เราต้องการได้ทันที แถมทำเสร็จแล้วยังสามารถส่งให้ไลน์พิจารณาและถ้าผ่านก็ยังสามารถวางขายได้ทันทีอีกด้วย”

170615-line-creators-studio-sticker-maker-for-app-1

ด้านการใช้งานก็ไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างได้ แถมยังง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน เพราะแค่เราโหลดตัวแอปฯ มาติดตั้งในเครื่อง ที่มีรองรับทั้ง iOS และ Android จากนั้นก็แค่เปิดแอปฯ ก็พร้อมใช้งานโดยตั้งชื่อ สติกเกอร์ที่เราจะทำก่อน โดยความยาวไม่เกิน 40 ตัวอักษรครับ

จากนั้นเราก็มาดูวิธีการทำ ซึ่งมีอยู่ 3 วิธีคือ

  • เปิดกระดาน Canvas ขึ้นมาสำหรับวาดรูปที่ต้องการด้วยตัวเอง พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์พื้นฐานทั่วไปที่เข้าใจได้ง่ายๆ
  • เลือกจากรูปภาพภายในเครื่องมาสร้างสติกเกอร์
  • ถ่ายภาพใหม่ เพื่อใช้ทำสติกเกอร์กันโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีเครื่องมือตัด Crop ภาพมาให้ใช้งานได้ทันที

จากนั้นเราก็เลือกว่าต้องการทำสติกเกอร์ 1 ชุด ให้มีรูปทั้งหมด กี่รูป โดยเลือกได้ตั้งแต่ 8, 16, 24, 32 หรือ 40 รูป ตามแบบปกติ ที่ทางไลน์ กำหนด

170615-line-creators-studio-sticker-maker-for-app-2

แล้วก็ใส่รายละเอียดชื่อและข้อมูลการติดต่อให้เรียบร้อย แล้วก็เลือกภาพที่จะใช้เป็นภาพหลักเวลาค้นหาหรือขายทางไลน์ จากนั้นก็ใส่รายละเอียดพวกราคาขาย, ประเภท, ประเทศที่เราต้องการขาย เมื่อเรียบร้อยก็กดปุ่ม Request ให้ทาง LINE ได้รีวิวกันได้เลย

170615-line-creators-studio-sticker-maker-for-app-3

ถ้าไม่ติดปัญหาจากการยื่น Request จะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ สติกเกอร์ของเราก็พร้อมให้ โหลดมาใช้งานกันได้เลย แถมเรายังได้ส่วนแบ่งจากการขายอยู่ 50% ในแต่ละครั้งที่มีการโหลดสติกเกอร์อีกด้วย

แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่ที่ว่า แอปฯ เปิดให้ใช้งานได้เฉพาะในญี่ปุ่นก่อนเท่านั้น ส่วนประเทศไทยก็คงต้องรอกันไปก่อน หรือ ใครจะ VPN ไปโหลดที่ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ครับ แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน LINE Thailand ก็คงนำแอปนี้เข้ามาให้ได้ใช้กันแน่นอน

170615-line-creators-studio-sticker-maker-for-app-5

เรียกได้ว่า เป็นเครื่องมือที่น่าใช้กันจริงๆ ก็หวังว่าจะมีเข้ามาในไทยในเร็ววัน ให้เพื่อนๆพี่ๆ ได้สนุกกับการทำสติกเกอร์ แถมยังอาจได้ค่าขนม จากทางไลน์อีกด้วย